โรคอ้วน
โรคอ้วน : ความหมาย
วิธีที่นิยมในปัจจุบันเพื่อ บอกให้ชัดเจนว่าผู้ใดเป็นโรคอ้วนหรือไม่? เราใช้วิธีคำนวนหาดัชนีความหนาของร่างกาย ค่าที่ได้ต้องมากกว่า 25 กิโลกรัมต่อตารางเมตรขึ้นไป จึงจะบอกว่าเริ่มเป็นโรคอ้วน
วิธีคำนวนหา ดัชนีความหนาของร่างกาย ให้ท่านชั่งน้ำหนักสมมุติว่าได้ 60 กิโลกรัม และวัดส่วนสูงได้ 1 เมตร 50 เซนติเมตร ให้เอา 60หารด้วย 1.5 ยกกำลังสอง คำนวณออกมาได้เท่ากับ 26.66 กิโลกรัมต่อตารางเมตร แสดงว่าท่านเริ่มอ้วนแล้ว เพราะค่าปกติดัชนีความหนาของร่างกายอยู่ระหว่าง 20-24.9 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
นอกจากนี้ อาจใช้อุปกรณ์วัดไขมันใต้ผิวหนังบริเวณต้นแขนด้านหลัง ซึ่งต้องให้คนอื่นมาช่วยวัดให้
กล่าว โดยสรุป ผู้ใดมีน้ำหนักมากกว่าที่ควรจะเป็น 20% ถือว่าเป็นโรคอ้วน สำหรับสูตรการคำนวณใช้วิธีหาดัชนีความหนาของร่างกาย ซึ่งเท่ากับน้ำหนักชั่งเป็นกิโลกรัมหารด้วยส่วนสูงวัดเป็นเมตรยกกำลังสอง ค่าที่ได้ต้องไม่เกิน 25 จึงถือว่าพอดี
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.bangkokhealth.com
รูปร่างดีอกกระชับรับเรียวแขนสมสัดส่วน
โดย : เพรียวลม
เห็นเด็กสาว ๆ กังวลเรื่องความขาวใต้วงแขนแล้วคงไม่ต่างกับคนวัยเราเท่าไร ที่มักจะกังวลกับใต้ท้องแขนที่คอยแต่จะกระเพื่อมไปมา เวลาโบกไม้โบกมือทักกันแต่ละทีก็ต้องหนีบเหนียมกันสุดฤทธิ์
ที่ร้ายกว่าก็คือ อะไร ๆ ที่มันเคยชูชันอยู่ตรงหน้ากลับคล้อยต่ำตามแรงโน้มถ่วงนี่สิ เฮ้อ! เรื่องแบบนี้ปล่อยไว้นานไม่ดีแน่ ลองหาเวลามากระชับส่วนที่ห้อยย้อยกันดีกว่า…ว่าแล้วก็แนะเคล็ดลับเด็ด กระชับอก-แขน แบบ Body pumb กันซะเลย
อุปกรณ์ที่ใช้มีเพียงดัมเบลล์ขนาดพอเหมาะ แบบที่ยกแล้วได้ความรู้สึกตึงกล้ามเนื้อแขนนิด ๆ นั่นละค่ะ ระวังอย่าให้เบาไปเดี๋ยวจะไม่ได้ผล หรือหนักไปเดี๋ยวกล้ามเนื้อจะแย่
ถ้าเลือกได้เหมาะมือแล้ว ก็ยืดหยุ่นกล้ามเนื้อด้วยการหมุนแขนซ้ายขวาหน้าหลัง แล้วเริ่มท่าที่ 1 กันเลยค่ะ
ท่าที่ 1 กระชับอก
step 1 : เอนตัวให้ช่วงหลังรับกับส่วนโค้งกับลูกบอล ในมือถือดัมเบลล์
step 2 : ศอกตั้งฉากในแนวเดียวกับช่วงไหล่ หุบแขนทั้งสองข้างเข้าหากัน พร้อมเกร็งกล้ามเนื้อช่วงอก แล้วกลับสู่ท่าเดิม
ท่าที่ 2 กระชับหน้าแขน
step 1 : นั่งหลังตรงบนลูกบอล (เก้าอี้) เท้าห่างพอประมาณ แขนทั้งสองอยู่ในท่าฉากแนบลำตัว หงายข้อมือถือดัมเบลล์
step 2 : ค่อย ๆ ยกดรัมเบลขึ้นระดับไหล่ เกร็งกล้ามเนื้อแขนขณะยก แล้วกลับสู่ท่าเดิม
ท่าที่ 3 กระชับท้องแขน
step 1 : นั่งหลังตรงบนลูกบอล (เก้าอี้) โน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย เท้าห่างพอประมาณ แขนทั้งสองอยู่ในท่าฉากแนบลำตัว มือถือดัมเบลล์แนวฉาก
step 2 : ค่อย ๆ ดันและเหยียดแขนไปด้านหลังช้าๆ เกร็งกล้ามเนื้อแขนขณะเหยียด แล้วกลับสู่ท่าเดิม ขณะยกหรือออกแรงให้หายใจออกช้าๆ และหายใจเข้าเมื่อผ่อนแรงเพื่อเลือดไหลเวียนคล่องขึ้น ทุกท่าทำชุดละประมาณ 12-15 ครั้ง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.momypedia.com/
ลดน้ำหนักสูตรเด็ดบอกลาเซลลูไลท์
85% ของผู้หญิงตะวันตกเมื่อขยุ้มเนื้อขึ้นมาพบว่าจะเห็นรอยนูนๆ ที่เรียกว่า ผิวเปลือกส้มหรือเซลลูไลท์หรือที่รู้จักกันว่าก้อนเนื้อขรุขระที่อยู่รอบต้น ขาและก้น ตามทฤษฎีกล่าวว่าเซลลูไลท์เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงของไขมันที่สะสมอยู่ใต้ ผิวหนัง เมื่อชั้นบางๆของเนื้อเยื่อระหว่างเซลล์ไขมันเปลี่ยนเป็นเส้นๆและรวมตัวกัน อยู่รอบๆ ไขมัน เป็นสาเหตุให้เกิดรอยบุ๋มเล็กๆ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเซลล์ลูไลท์เล่นงานคุณแล้ว
ดูเหมือนเซลลูไลท์มีส่วนเกี่ยวพันอย่างแยกไม่ออกกับผลของฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะเอสโตรเจน ดังนั้นเมื่อระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน เช่น ช่วงเริ่มมีประจำเดือนของวัยรุ่น ช่วงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในช่วงวัยทอง เหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดเซลล์ลูไลท์มากขึ้น เรามาดูวิธีต่างๆ ที่ช่วยสลายเซลลูไลท์กันค่ะ
การควบคุมอาหาร
การหันไปทานอาหารที่มีไขมันต่ำ เช่น ผักและผลไม้ จะช่วยลดสารพิษและกำจัดไขมันที่จับตัวอยู่ในเนื้อเยื่อผิว ควรทานผักผลไม้สดและอาหารจำพวกโฮลเกรนมากๆ ห้ามเด็ดขาดสำหรับกาแฟ น้ำอัดลม บุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มน้ำมากๆ เป็น เพราะจะช่วยขจัดสารพิษที่ไม่พึงปรารถนาออกจากร่างกาย
การนวด
ไม่เพียงช่วยให้รู้สึกสบายตัวได้อย่างน่าอัศจรรย์เท่านั้น การนวดยังช่วยกำจัดเซลลูไลท์ด้วยการบีบกดกล้ามเนื้อ และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตตลอดจนระบบน้ำเหลืองที่จะทำให้เนื้อเยื่อไขมัน แตกตัว โดยสามารถนวดเองได้ เริ่มจากนวดเบาๆที่ขาแต่ละข้างสัก 2-3 นาที เพื่อให้ไขมันแตกตัวและกำจัดสารพิษ หากต้องการนวดตั้งแต่หัวจรดเท้า ให้ใช้วิธีที่เรียกว่า Endermologie cellulite treatment เป็นเครื่องมือสำหรับดูดและกลิ้งบนผิวหนังเพื่อให้ผิวหนังกระชับ แต่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงค่ะ
การออกกำลังกาย
จะช่วยสูบฉีดออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย ทำให้เลือดไหลเวียนดี ช่วยให้ผิวที่เป็นลอนหยักขรุขระ ซึงเกิดจากเซลล์ลูไลท์หายไป ช่วยให้กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อรอบๆผิวที่เป็นลอนหยักกระชับแข็งแรงขึ้น เซลล์ลูไลท์หายไป
การปัดแปรงผิว
การใช้แปรงนวดหรือถุงมือขัดผิวเป็นประจำวันละ 2 นาที จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและสลายเซลลูไลท์ เริ่มจากเท้าและให้ปัดแปรงผิวในทิศทางที่มุ่งเข้าสู่หัวใจ
การห่อตัว
ส่วนใหญ่เราสามารถใช้บริการวิธีนี้ได้ตามสปา การห่อตัวจะใช้ผ้าเปียกที่มีส่วนผสมของสมุนไพรและสาหร่างทะเลที่จะช่วยให้ ผิวชุ่มชื่นมีชีวิตชีวา และขจัดสารพิษจากผิว โดยจะห่อตั้งแต่หน้าอกไปจนถึงนิ้วเท้า ทิ้งไว้หนึ่งชั่วโมง โดยสรรพคุณของแร่ธาตุที่อยู่ในผ้าห่อตัวจะทำหน้าที่สลายเซลลูไลท์ หลังจากเอาผ้าห่อตัวออกแล้วนวดจะช่วยให้โลหิตหมุนเวียนดีค่ะ
ลดความอ้วน ข้อมูลจาก นิตยสาร Health plus
เคล็ดลับลดพุงในหนึ่งเดือนคุณก็ทำได้
ลดพุงลดหน้าท้อง
รูปร่างอ้วนลงพุงไม่ใช่แค่ปัญหากวนใจ แต่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต การวิจัยพบว่าไขมันสะสมหน้าท้องนำมาซึ่งโรคมากมาย เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เบาหวาน การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ รวมถึงมะเร็งด้วย หลายคนพยายามลดน้ำหนักแต่ก็ไม่สำเร็จ ลองสารพัดสูตรอาหารก็อาจเคยลดได้เร็ว แต่ก็กลับมาอ้วนลงพุงอีก เสียเงินไปกับการลดน้ำหนักซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งนี้เพราะไม่เข้าใจหลักการที่ถูกต้อง ซึ่งหากปฏิบัติอย่างถูกทาง การลดพุงภายในหนึ่งเดือนไม่ใช่เรื่องยากเลย
เริ่มต้นที่ตั้งใจ หลายคนมีความคิดแค่อยากผอมแต่ขาดความตั้งใจจริงจัง เมื่อเจอของชอบก็อดใจไม่ได้ ตามเคย ถ้าตั้งใจจริงว่า “จะทำในสิ่งที่ถูกต้องในการลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพของตนเอง” ก็นับเป็นก้าวแรกของความสำเร็จในการลดน้ำหนักแล้ว
ตั้งเป้าหมาย การลดน้ำหนักโดย ขาดเป้าหมายก็เหมือนการเดินทางโดยไม่รู้จุดหมาย เริ่มต้นจดบันทึกน้ำหนักตัวและรอบเอว และตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้ เช่น จะลดให้ได้สัปดาห์ละ 0.5 กิโลกรัม อย่าตั้งเป้าสูงหรือหักโหมเกินไป จะเป็นผลเสียต่อสุขภาพ
ลงมือทำ ด้วยเคล็ดลับในการปรับพฤติกรรมที่ผิดพลาดประจำวันต่อไปนี้ จะช่วยให้คุณลดพุงได้ง่ายขึ้น
เลิกอด ลดพุง
ฟังดูแปลก แต่เป็นความจริง หลายคนคิดว่าถ้าอยากผอมต้องอดอาหาร แต่เชื่อหรือไม่ ถ้าคุณอดมื้อเช้าหรือกินมื้อเช้าน้อย เช่น ขนมปังแผ่นเดียว กาแฟแก้วเดียว หรืออดมื้อเย็นสักระยะหนึ่ง อาจทำให้คุณน้ำหนักลดในช่วงแรก แต่จะกลับมาอ้วนได้ในหลัง เคล็ดลับการคุมน้ำหนักคือ “กินอาหารให้ครบ 3 มื้อ เน้นมื้อเช้ากินให้อิ่มและครบห้าหมู่ก่อน 9.00 น. กินมื้อเที่ยงตรงเวลา และสำคัญที่สุดคือการกินมื้อเย็นก่อน 18.00 น.” คนที่กินมื้อดึกจะลงพุงได้ง่าย
เลือกสักนิด คิดก่อนกิน
บอกตัวเองว่าเพราะเราตามใจตัวเองจึงมีปัญหารูปร่างอย่างทุกวันนี้ ดังนั้นหากตั้งใจลดน้ำหนักจริง ๆ ต้องเริ่มเลือกของกินบ้าง เลี่ยงของทอด ของมัน ขนมขบเคี้ยว ควรงดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมาก เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลมาก กาแฟ หรือช็อกโกแลตเย็น เครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ เพราะเพียง 1 แก้วใหญ่ก็ให้พลังงานเกินเท่ากับกินอาหารมื้อใหญ่ทีเดียว แต่ก็ไม่ต้องถึงกับหย่าขาดกับของชอบ คุณอาจกินของที่ชอบได้สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง ในมื้อเช้าสุดสัปดาห์ก็ได้
หาตัวช่วย ที่ไม่ใช่ยาลดความอ้วน
เพราะอาจลดน้ำหนักได้เร็วใน ช่วงแรก แต่ส่งผลเสียรุนแรงต่อระบบประสาท และเกิดโยโย่กลับมาอ้วนยิ่งกว่าเดิมเมื่อหยุดยา ตัวช่วยที่ดีได้แก่ น้ำเปล่า ต้องดื่มบ่อย ๆ ให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร (8-10 แก้ว) ไม่ใช่เพื่อให้อิ่มน้ำ แต่ร่างกายต้องใช้น้ำในการเผาผลาญไขมัน คนที่ดื่มน้ำน้อยจึงมีแนวโน้มอ้วนง่าย ผักสดก็เป็นตัวช่วยดูดซับไขมันในอาหารที่ดี ผลไม้อย่างฝรั่งหรือแอปเปิ้ลช่วยแก้หิวระหว่างมื้อได้ มีการใช้สารสกัดจากธรรมชาติบางชนิดเป็นตัวช่วยควบคุมน้ำหนัก เช่น สารสกัดไคโตซานจากเปลือกสัตว์ทะเล สาร HCA จากส้มแขก เพื่อสกัดกั้นไขมัน และสารสกัดจากถั่วขาว เพื่อสกัดกั้นแป้งจากอาหาร ทำให้คุณได้รับพลังงาน ส่วนกินจากอาหารลดลง หรือสารสกัดชาเขียวก็ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันสะสมให้เป็นพลังงาน โดยควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบว่าได้ผลและปลอดภัยจริง ใส่ใจอ่านฉลากผลิตภัณฑ์อีกนิดให้แน่ใจว่ามีตรา อย.รับรอง และไม่ควรมีส่วนผสมของครีมเทียมหรือน้ำตาล
นอนเร็ว ก็ผอมเร็ว
อีกเคล็ดลับคือ นอนเร็วแต่หัวค่ำ ไม่เกินสี่ทุ่มนอนหลับให้ได้ไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยเผาผลาญพลังงาน แต่ถ้าคุณนอนดึก แม้จะนอนยาวตื่นสายร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้คุณหิวบ่อย กินเยอะ และสะสมไขมันมากขึ้น
แม้จะมีเคล็ดลับและตัวช่วยมากมาย แต่ผลสำเร็จก็ขึ้นกับความตั้งใจ อาจเพิ่มการออกกำลังกายอีกเพียงเล็กน้อย เช่น เดินต่อเนื่อง 30 นาที ก็จะช่วยให้ลดน้ำหนักได้เร็วยิ่งขึ้น ลองทำตามเคล็ดลับเหล่านี้อย่างจริงจัง ติดตามผลคืบหน้าทุก ๆ สัปดาห์ แล้วเตรียมพบกับรูปร่างใหม่ ชีวิตใหม่ ที่ไม่ลงพุงอึดอัดเหมือนเดิม
ลดความอ้วน ขอขอบคุณข้อมูลจาก Health plus
วิธีลดน้ำหนักและลดความอ้วนแบบง่ายๆ

ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีลดความอ้วนที่เน้นตรงที่เราจะทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตต่ำและดีกับร่างกายเช่น ผัก ผลไม้ ข้าวกล้อง โฮลวีต ธัญพืช และพืชตระกูลถั่ว เป็นต้น โดยจะแบ่งเป็น 3 ช่วง และเหมาะกับคนที่ชอบทานอาหารหลากหลาย โดยมีเคล็ดลับคือ ดื่มแอ๊บเปิ้ลไซเดอร์วีนีการ์ เจือจางทุกเช้า เพื่อช่วยย่อยและขับของเสียออกจากร่างกายค่ะ ถ้าหาไม่ได้ใช้มะนาว 1 ลูกบีบใส่น้ำอุ่น ดื่ม 1 แก้วทุกเช้าแทนได้ค่ะ
ช่วงที่ 1เน้นการรับประทานแต่กับข้าว และผักปรุงด้วยน้ำมันมะกอก (ถ้าสามารถหาได้) กับข้าวควรปรุงด้วยเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน ไก่ไม่ติดหนัง ไข่ ปลา อาหารทะเล นม ไขมันต่ำ ผลิตภัณฑ์จากนม ถั่ว และน้ำมันมะกอก ทานได้มากเท่าที่ต้องการ คุณสามารถทานยำ ส้มตำ เกาเหลา สเต๊ก ราดหน้าหรือพาสต้าเกาเหลาได้ค่ะ จะเน้นว่าไม่ใส่เส้น หรือแม้แต่วุ้นเส้นก็ไม่ใส่นะคะ ช่วงนี้ใช้เวลา 2 สัปดาห์ค่ะ
ช่วงที่ 2 หลังจากผ่าน 2 สัปดาห์แรกในช่วงที่ 1 มาแล้ว เราสามารถเพิ่มคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายต้องการได้ค่ะ แต่ต้องเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ได้จากผลไม้ โฮลเกรนต่างๆ ได้แก่ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ แป้งหรือขนมปังที่ไม่ขัดสี พืชตระกูลถั่ว และซีเรียลต่างๆ เพิ่มได้เพียง 1 อย่างต่อวันค่ะ ค่อยๆ เพิ่มปริมาณคาร์โบไฮเดรตนะคะ อย่ามากเกินไป ลองจดบันทึกว่า แต่ละวัน เรากินอะไรไปบ้าง ให้ผลอย่างไรบ้างนะคะ จะทำให้เรารู้ว่า เราทานคาร์โบไฮเดรตชนิดไหน ทำให้เราลดน้ำหนักได้ดีกว่า ให้อยู่ในช่วงนี้จนกว่า จะลดน้ำหนักจะลงมา จนคุณพอใจค่ะ ส่วนใหญ่จะลดได้ 0.5-1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ค่ะ
ช่วงที่ 3 เป็นช่วงที่ทุกคนชอบมาก เพราะสามารถทานอะไรก็ได้ เพราะได้เรียนรู้ในช่วงที่ 2 แล้วว่าอะไรที่เป็นประโยน์ ทานแล้วได้ผลดีกับเรา เราก็ทานสิ่งนั้นค่ะ หากว่าน้ำหนักขึ้น ก็สามารถย้อนกลับไปแก้ไข ตามแบบช่วงที่ 1 ใหม่ได้ค่ะ เพียง 1-2 สัปดาห์ ก็จะกลับมาสวยเหมือนเดิมค่ะ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ คุณจะต้องทำไปตลอดจนเป็นนิสัยค่ะ แล้วคุณจะควบคุมน้ำหนักได้ระยะยาวเลยทีเดียวค่ะ
เคล็ดลับๆ เพื่อการลดน้ำหนักอย่างได้ผล
การลดน้ำหนักเป็นเรื่องท้าทายและยากมากหากมิได้มี พฤติกรรมสุขภาพและแผนการในการลดน้ำหนักที่ดีเพียงพอ แต่ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปเพราะ The American Heart Association ได้มอบคำแนะนำในการลดน้ำหนักไว้ ดังต่อไปนี้
- ต้องเข้าใจว่าสิ่งใดคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตนเอง เช่น รางวัลที่สามารถกระตุ้นให้คุณมีความพยายามในการลดน้ำหนัก ,สิ่งใดคือสิ่งยั่วยวนใจให้คุณมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น และสิ่งใดที่ช่วยให้คุณสามารถต้านทานสิ่งยั่วยวนใจเหล่านั้นได้
- ประเมินจำนวนน้ำหนักที่คาดว่าจะสามารถลดได้ตามความเป็นจริง
- ดำรงไว้ซึ่งความสมดุลระหว่างการบริโภคแคลอรีและการเผาผลาญแคลอรี
- ออกกำลังกายอย่างเพียงพอ เช่น การเดินเร็วทุกวันสามารถช่วยขจัดน้ำหนักส่วนเกินได้
- จดบันทึกปริมาณการรับประทานอาหารและการทำกิจกรรมประจำวัน
- วางแผนการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อก่อนไปเลือกซื้ออาหารเพื่อสุขภาพที่ร้านค้า
- ไม่ควรชั่งน้ำหนักตัวเองมากกว่าสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง
- วางแผนล่วงหน้าสำหรับวันหยุด, โอกาสพิเศษ และช่วงเวลาอื่น ๆ ที่อาจจะทำให้คุณต้องเสียค่าใช้จ่ายและบริโภคแคลอรีเพิ่มมากขึ้น
ข่าวจาก: Drugs.com
ลดความอ้วน 42 วัน รับประกันเห็นผล
หากสาว ๆ คนไหน กำลังเสียจริตเหมือนอย่างข้างต้นนี้ อย่าเพิ่งวิตกกังวลไปค่ะ เพราะ WP มีวิธีกำจัดไขมันส่วนเกิน มาฝากกัน
Trick 1 : 7 วัน (แห่งการต่อสู้)
สัปดาห์แรกถือว่าเป็นสัปดาห์ที่หินมาก ๆ สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นลดน้ำหนัก เพราะคุณจะรู้สึกหิวอยู่ตลอดเวลา เห็นอะไรก็เผลอที่จะหยิบใส่ปากไม่ได้
WP Guide : วิธีที่ดีที่สุดในการ หยุดพฤติกรรมอันน่าเสี่ยงนี้ก็คือ ให้มุ่งความสนใจไปที่มื้อเช้า โดยพยายามกินมื้อเช้าให้เยอะเข้าไว้ เพราะนอกจากจะทำให้ท้องอิ่มได้นานแล้ว ยังช่วยให้แคลอรี่กับร่างกายไปใช้อีกตั้ง 350 แคลอรี่เชียวแน่ะ
Trick 2 : 14 วัน (แห่งการหงุดหงิด)
ระยะนี้คุณจะรู้สึกหงุดหงิดเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะขยับตัวไปทำอะไร ก็พานจะอารมณ์บ่จอยไปซะหมด ทั้งนี้เนื่องมาจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารของคุณ จากที่เคยกินอย่างพระราชา กลับกลายเป็นว่า ไอ้นั่นก็แตะไม่ได้ ไอ้นี่ก็แคลอรี่เยอะ จึงทำให้เกิดความเครียดและความกดดันตามมา จนคุณอาจรู้สึกหมดกำลังใจ ถึงขั้นหันหลังให้กับการไดเอ็ทไปตลอดชีวิตก็เป็นได้
WP Guide : วิธีที่จะรับมือกับ พายุอารมณ์ในช่วงนี้ก็คือ ให้เบี่ยงเบนความสนใจด้วยการหันหน้าเข้าหาเพื่อน ๆ พูดคุยปรึกษากันซะหน่อย ไม่แน่นะ คุณอาจจะปิ๊งไอเดียเจ๋ง ๆ ที่จะนำมาใช้ในการลดน้ำหนักต่อไปก็ได้
Trick 3 : 21 วัน (แห่งความอยาก)
ช่วงนี้คุณจะรู้สึกอยากกินอาหารมากขึ้น เพราะอยู่ในช่วงที่มีประจำเดือนพอดี เห็นอะไรก็อยากไปซะหมด
WP Guide : วิธีแก้ก็คือ ลองเปลี่ยนจากกินอาหารวันละ 3 มื้อ (เช้า กลางวัน เย็น) ไปเป็นแบ่งกินเป็นมื้อย่อย ๆ ประมาณ 4-6 มื้อดูสิคะ วิธีนี้จะช่วยให้ระดับน้ำตาลคงที่ สามารถขจัดความเหนื่อยล้า และช่วยทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นด้วยค่ะ
Trick 4 : ครบ 42 วัน น้ำหนักยังไม่ลด
หลังจาก 6 สัปดาห์ผ่านไป คุณจะรู้สึกว่าร่างกายเฟิร์มมากขึ้น มีกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น แต่ทำไม๊ ทำไม น้ำหนักยังไม่ลดลงซักที
WP Guide : WP ขอบอกว่าที่เป็นอย่างนี้ ก็เพราะปกติกล้ามเนื้อจะมีน้ำหนักมากกว่าไขมันอยู่แล้ว เพราะ 70% ของกล้ามเนื้อเป็นน้ำ ในขณะที่ไขมันมีน้ำแค่ 20% เท่านั้นเอง ฉะนั้น อย่าเพิ่งด่วนถอดใจไปซะก่อนค่ะ ให้คอนตินิวลดน้ำหนักอย่าง นี้ต่อไปแหล่ะ และท่องเอาไว้ว่า ยิ่งมีกล้ามเนื้อมาก ก็ยิ่งเผาผลาญแคลอรี่ได้มาก แต่ถ้าคุณเกิดหมดแรงฮึดขึ้นมาจริง ๆ ให้นำยีนส์ตัวเก่งที่เคยใส่ไม่ได้แล้วมาลองสวมดูสิคะ หรืออาจจะส่องกระจกสำรวจดูตัวเองว่าไขมันตรงไหนลดไปบ้าง อาจจะช่วยเรียกกำลังใจกลับคืนมาได้นะ
เอ้า…ได้เคล็ดลับดี ๆ ไปแล้ว ก็อย่าลืมนำไปใช้กันนะคะ จะได้อวดหุ่นสวยให้ใคร ๆ ได้เห็นเร็ว ๆ ไงล่ะ
Diet Tips
สำหรับสาว ๆ ที่ตอนนี้กำลังหิวจนตาลายและเริ่มที่จะคว้าเค้กก้อนโตมากิน หยุดก่อนค่ะ คุณลองหันมากินผลไม้ข้างล่างนี้แก้หิวกันดูมั้ยคะ รับรองว่าเวิร์กกว่าเป็นไหน ๆ
แอปเปิ้ล
มีเพคตินช่วยลดความอยากอาหาร ลดน้ำหนัก และลดคอเลสเตอรอล ทานแอปเปิ้ล 1 ลูก จะช่วยลดความหิวได้ ถ้าทาน 2-3 ผลต่อวัน จะช่วยลดปริมาณโคเลสเตอรอลในกระแสเลือดได้
ถั่ว
ไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ที่พบมากในถั่ว จะช่วยเคลือบผิวกระเพาะ ทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว และอิ่มนานลดความอยากอาหารได้ดีเลยล่ะ
มะนาว
น้ำมะนาวคั้นสด ๆ 1 แก้ว ให้พลังงานเพียง 9 กิโลแคลอรี แถมยังมีวิตามินซีสูงมาก ช่วยป้องกันการเป็นหวัด ขับเสมหะ และแก้ไอได้ดีอีกด้วย
ส้ม
ควรรับประทานส้มโดยไม่คายกาก จะช่วยคุมน้ำหนักได้อีกวิธีหนึ่ง เพราะจะทำให้รู้สึกอิ่มท้องเร็ว
