Skip to content
September 13, 2011

โรคอ้วน

โรคอ้วน : ความหมาย

 โรคอ้วนเป็นความผิดปกติของร่างกายอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก ในการทำให้เกิดโรคอื่นๆตามมาอีกมากมาย ความหมายของโรคอ้วน ได้แก่ ผู้ที่มีน้ำหนักมากขึ้น จากการที่ร่างกายมีการสะสมไขมันไว้ในร่างกายเกินกว่าที่ควรจะเป็น สำหรับการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักของส่วนอื่นๆ ของร่างกายเช่น กล้ามเนื้อ กระดูกและอวัยวะภายในของคนอ้วนมีน้อยมาก ผู้ใดที่มีน้ำหนักมากกว่าที่ควรจะเป็น20% ถือว่าเป็นโรคอ้วน ในปัจจุบันมีวิธีการตรวจสอบอยู่หลายวิธีตั้งแต่วิธีที่ง่ายที่สุดคือการดู จากสายตา วิธีนี้ถ้าใครอ้วนมากๆก็ง่าย แต่ถ้าบางคนอ้วนไม่มากอาจบอกได้ไม่ชัดเจน

วิธีที่นิยมในปัจจุบันเพื่อ บอกให้ชัดเจนว่าผู้ใดเป็นโรคอ้วนหรือไม่? เราใช้วิธีคำนวนหาดัชนีความหนาของร่างกาย ค่าที่ได้ต้องมากกว่า 25 กิโลกรัมต่อตารางเมตรขึ้นไป จึงจะบอกว่าเริ่มเป็นโรคอ้วน

วิธีคำนวนหา ดัชนีความหนาของร่างกาย ให้ท่านชั่งน้ำหนักสมมุติว่าได้ 60 กิโลกรัม และวัดส่วนสูงได้ 1 เมตร 50 เซนติเมตร ให้เอา 60หารด้วย 1.5 ยกกำลังสอง คำนวณออกมาได้เท่ากับ 26.66 กิโลกรัมต่อตารางเมตร แสดงว่าท่านเริ่มอ้วนแล้ว เพราะค่าปกติดัชนีความหนาของร่างกายอยู่ระหว่าง 20-24.9 กิโลกรัมต่อตารางเมตร

นอกจากนี้ อาจใช้อุปกรณ์วัดไขมันใต้ผิวหนังบริเวณต้นแขนด้านหลัง ซึ่งต้องให้คนอื่นมาช่วยวัดให้

กล่าว โดยสรุป ผู้ใดมีน้ำหนักมากกว่าที่ควรจะเป็น 20% ถือว่าเป็นโรคอ้วน สำหรับสูตรการคำนวณใช้วิธีหาดัชนีความหนาของร่างกาย ซึ่งเท่ากับน้ำหนักชั่งเป็นกิโลกรัมหารด้วยส่วนสูงวัดเป็นเมตรยกกำลังสอง ค่าที่ได้ต้องไม่เกิน 25 จึงถือว่าพอดี

 

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.bangkokhealth.com

September 13, 2011

รูปร่างดีอกกระชับรับเรียวแขนสมสัดส่วน

รูปร่างดี อกกระชับรับเรียวแขน

โดย : เพรียวลม

เห็นเด็กสาว ๆ กังวลเรื่องความขาวใต้วงแขนแล้วคงไม่ต่างกับคนวัยเราเท่าไร ที่มักจะกังวลกับใต้ท้องแขนที่คอยแต่จะกระเพื่อมไปมา เวลาโบกไม้โบกมือทักกันแต่ละทีก็ต้องหนีบเหนียมกันสุดฤทธิ์

ที่ร้ายกว่าก็คือ อะไร ๆ ที่มันเคยชูชันอยู่ตรงหน้ากลับคล้อยต่ำตามแรงโน้มถ่วงนี่สิ เฮ้อ! เรื่องแบบนี้ปล่อยไว้นานไม่ดีแน่ ลองหาเวลามากระชับส่วนที่ห้อยย้อยกันดีกว่า…ว่าแล้วก็แนะเคล็ดลับเด็ด กระชับอก-แขน แบบ Body pumb กันซะเลย

   อุปกรณ์ที่ใช้มีเพียงดัมเบลล์ขนาดพอเหมาะ แบบที่ยกแล้วได้ความรู้สึกตึงกล้ามเนื้อแขนนิด ๆ นั่นละค่ะ ระวังอย่าให้เบาไปเดี๋ยวจะไม่ได้ผล หรือหนักไปเดี๋ยวกล้ามเนื้อจะแย่

ถ้าเลือกได้เหมาะมือแล้ว ก็ยืดหยุ่นกล้ามเนื้อด้วยการหมุนแขนซ้ายขวาหน้าหลัง แล้วเริ่มท่าที่ 1 กันเลยค่ะ

ท่าที่ 1 กระชับอก

step 1 : เอนตัวให้ช่วงหลังรับกับส่วนโค้งกับลูกบอล ในมือถือดัมเบลล์

step 2 : ศอกตั้งฉากในแนวเดียวกับช่วงไหล่ หุบแขนทั้งสองข้างเข้าหากัน พร้อมเกร็งกล้ามเนื้อช่วงอก แล้วกลับสู่ท่าเดิม

ท่าที่ 2 กระชับหน้าแขน

step 1 : นั่งหลังตรงบนลูกบอล (เก้าอี้) เท้าห่างพอประมาณ แขนทั้งสองอยู่ในท่าฉากแนบลำตัว หงายข้อมือถือดัมเบลล์

step 2 : ค่อย ๆ ยกดรัมเบลขึ้นระดับไหล่ เกร็งกล้ามเนื้อแขนขณะยก แล้วกลับสู่ท่าเดิม

ท่าที่ 3 กระชับท้องแขน

step 1 : นั่งหลังตรงบนลูกบอล (เก้าอี้) โน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย เท้าห่างพอประมาณ แขนทั้งสองอยู่ในท่าฉากแนบลำตัว มือถือดัมเบลล์แนวฉาก

step 2 : ค่อย ๆ ดันและเหยียดแขนไปด้านหลังช้าๆ เกร็งกล้ามเนื้อแขนขณะเหยียด แล้วกลับสู่ท่าเดิม ขณะยกหรือออกแรงให้หายใจออกช้าๆ และหายใจเข้าเมื่อผ่อนแรงเพื่อเลือดไหลเวียนคล่องขึ้น ทุกท่าทำชุดละประมาณ 12-15 ครั้ง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.momypedia.com/

September 13, 2011

ลดน้ำหนักสูตรเด็ดบอกลาเซลลูไลท์

85% ของผู้หญิงตะวันตกเมื่อขยุ้มเนื้อขึ้นมาพบว่าจะเห็นรอยนูนๆ ที่เรียกว่า ผิวเปลือกส้มหรือเซลลูไลท์หรือที่รู้จักกันว่าก้อนเนื้อขรุขระที่อยู่รอบต้น ขาและก้น ตามทฤษฎีกล่าวว่าเซลลูไลท์เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงของไขมันที่สะสมอยู่ใต้ ผิวหนัง เมื่อชั้นบางๆของเนื้อเยื่อระหว่างเซลล์ไขมันเปลี่ยนเป็นเส้นๆและรวมตัวกัน อยู่รอบๆ ไขมัน เป็นสาเหตุให้เกิดรอยบุ๋มเล็กๆ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเซลล์ลูไลท์เล่นงานคุณแล้ว

ดูเหมือนเซลลูไลท์มีส่วนเกี่ยวพันอย่างแยกไม่ออกกับผลของฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะเอสโตรเจน ดังนั้นเมื่อระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน เช่น ช่วงเริ่มมีประจำเดือนของวัยรุ่น ช่วงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในช่วงวัยทอง เหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดเซลล์ลูไลท์มากขึ้น เรามาดูวิธีต่างๆ ที่ช่วยสลายเซลลูไลท์กันค่ะ

     การควบคุมอาหาร
การหันไปทานอาหารที่มีไขมันต่ำ เช่น ผักและผลไม้ จะช่วยลดสารพิษและกำจัดไขมันที่จับตัวอยู่ในเนื้อเยื่อผิว ควรทานผักผลไม้สดและอาหารจำพวกโฮลเกรนมากๆ ห้ามเด็ดขาดสำหรับกาแฟ น้ำอัดลม บุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มน้ำมากๆ เป็น เพราะจะช่วยขจัดสารพิษที่ไม่พึงปรารถนาออกจากร่างกาย

     การนวด
ไม่เพียงช่วยให้รู้สึกสบายตัวได้อย่างน่าอัศจรรย์เท่านั้น การนวดยังช่วยกำจัดเซลลูไลท์ด้วยการบีบกดกล้ามเนื้อ และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตตลอดจนระบบน้ำเหลืองที่จะทำให้เนื้อเยื่อไขมัน แตกตัว โดยสามารถนวดเองได้ เริ่มจากนวดเบาๆที่ขาแต่ละข้างสัก 2-3 นาที เพื่อให้ไขมันแตกตัวและกำจัดสารพิษ หากต้องการนวดตั้งแต่หัวจรดเท้า ให้ใช้วิธีที่เรียกว่า Endermologie cellulite treatment เป็นเครื่องมือสำหรับดูดและกลิ้งบนผิวหนังเพื่อให้ผิวหนังกระชับ แต่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงค่ะ

    การออกกำลังกาย
จะช่วยสูบฉีดออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย ทำให้เลือดไหลเวียนดี ช่วยให้ผิวที่เป็นลอนหยักขรุขระ ซึงเกิดจากเซลล์ลูไลท์หายไป ช่วยให้กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อรอบๆผิวที่เป็นลอนหยักกระชับแข็งแรงขึ้น เซลล์ลูไลท์หายไป

     การปัดแปรงผิว
การใช้แปรงนวดหรือถุงมือขัดผิวเป็นประจำวันละ 2 นาที จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและสลายเซลลูไลท์ เริ่มจากเท้าและให้ปัดแปรงผิวในทิศทางที่มุ่งเข้าสู่หัวใจ

     การห่อตัว
ส่วนใหญ่เราสามารถใช้บริการวิธีนี้ได้ตามสปา การห่อตัวจะใช้ผ้าเปียกที่มีส่วนผสมของสมุนไพรและสาหร่างทะเลที่จะช่วยให้ ผิวชุ่มชื่นมีชีวิตชีวา และขจัดสารพิษจากผิว โดยจะห่อตั้งแต่หน้าอกไปจนถึงนิ้วเท้า ทิ้งไว้หนึ่งชั่วโมง โดยสรรพคุณของแร่ธาตุที่อยู่ในผ้าห่อตัวจะทำหน้าที่สลายเซลลูไลท์ หลังจากเอาผ้าห่อตัวออกแล้วนวดจะช่วยให้โลหิตหมุนเวียนดีค่ะ

 

ลดความอ้วน   ข้อมูลจาก นิตยสาร Health plus

September 13, 2011

เคล็ดลับลดพุงในหนึ่งเดือนคุณก็ทำได้

ลดพุงลดหน้าท้อง

รูปร่างอ้วนลงพุงไม่ใช่แค่ปัญหากวนใจ แต่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต การวิจัยพบว่าไขมันสะสมหน้าท้องนำมาซึ่งโรคมากมาย เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เบาหวาน การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ รวมถึงมะเร็งด้วย หลายคนพยายามลดน้ำหนักแต่ก็ไม่สำเร็จ ลองสารพัดสูตรอาหารก็อาจเคยลดได้เร็ว แต่ก็กลับมาอ้วนลงพุงอีก เสียเงินไปกับการลดน้ำหนักซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งนี้เพราะไม่เข้าใจหลักการที่ถูกต้อง ซึ่งหากปฏิบัติอย่างถูกทาง การลดพุงภายในหนึ่งเดือนไม่ใช่เรื่องยากเลย

เริ่มต้นที่ตั้งใจ หลายคนมีความคิดแค่อยากผอมแต่ขาดความตั้งใจจริงจัง เมื่อเจอของชอบก็อดใจไม่ได้ ตามเคย ถ้าตั้งใจจริงว่า “จะทำในสิ่งที่ถูกต้องในการลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพของตนเอง” ก็นับเป็นก้าวแรกของความสำเร็จในการลดน้ำหนักแล้ว

ตั้งเป้าหมาย การลดน้ำหนักโดย ขาดเป้าหมายก็เหมือนการเดินทางโดยไม่รู้จุดหมาย เริ่มต้นจดบันทึกน้ำหนักตัวและรอบเอว และตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้ เช่น จะลดให้ได้สัปดาห์ละ 0.5 กิโลกรัม อย่าตั้งเป้าสูงหรือหักโหมเกินไป จะเป็นผลเสียต่อสุขภาพ

ลงมือทำ ด้วยเคล็ดลับในการปรับพฤติกรรมที่ผิดพลาดประจำวันต่อไปนี้ จะช่วยให้คุณลดพุงได้ง่ายขึ้น

เลิกอด ลดพุง

ฟังดูแปลก แต่เป็นความจริง หลายคนคิดว่าถ้าอยากผอมต้องอดอาหาร แต่เชื่อหรือไม่ ถ้าคุณอดมื้อเช้าหรือกินมื้อเช้าน้อย เช่น ขนมปังแผ่นเดียว กาแฟแก้วเดียว หรืออดมื้อเย็นสักระยะหนึ่ง อาจทำให้คุณน้ำหนักลดในช่วงแรก แต่จะกลับมาอ้วนได้ในหลัง เคล็ดลับการคุมน้ำหนักคือ “กินอาหารให้ครบ 3 มื้อ เน้นมื้อเช้ากินให้อิ่มและครบห้าหมู่ก่อน 9.00 น. กินมื้อเที่ยงตรงเวลา และสำคัญที่สุดคือการกินมื้อเย็นก่อน 18.00 น.” คนที่กินมื้อดึกจะลงพุงได้ง่าย

เลือกสักนิด คิดก่อนกิน

บอกตัวเองว่าเพราะเราตามใจตัวเองจึงมีปัญหารูปร่างอย่างทุกวันนี้ ดังนั้นหากตั้งใจลดน้ำหนักจริง ๆ ต้องเริ่มเลือกของกินบ้าง เลี่ยงของทอด ของมัน ขนมขบเคี้ยว ควรงดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมาก เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลมาก กาแฟ หรือช็อกโกแลตเย็น เครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ เพราะเพียง 1 แก้วใหญ่ก็ให้พลังงานเกินเท่ากับกินอาหารมื้อใหญ่ทีเดียว แต่ก็ไม่ต้องถึงกับหย่าขาดกับของชอบ คุณอาจกินของที่ชอบได้สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง ในมื้อเช้าสุดสัปดาห์ก็ได้

หาตัวช่วย ที่ไม่ใช่ยาลดความอ้วน

เพราะอาจลดน้ำหนักได้เร็วใน ช่วงแรก แต่ส่งผลเสียรุนแรงต่อระบบประสาท และเกิดโยโย่กลับมาอ้วนยิ่งกว่าเดิมเมื่อหยุดยา ตัวช่วยที่ดีได้แก่ น้ำเปล่า ต้องดื่มบ่อย ๆ ให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร (8-10 แก้ว) ไม่ใช่เพื่อให้อิ่มน้ำ แต่ร่างกายต้องใช้น้ำในการเผาผลาญไขมัน คนที่ดื่มน้ำน้อยจึงมีแนวโน้มอ้วนง่าย ผักสดก็เป็นตัวช่วยดูดซับไขมันในอาหารที่ดี ผลไม้อย่างฝรั่งหรือแอปเปิ้ลช่วยแก้หิวระหว่างมื้อได้ มีการใช้สารสกัดจากธรรมชาติบางชนิดเป็นตัวช่วยควบคุมน้ำหนัก เช่น สารสกัดไคโตซานจากเปลือกสัตว์ทะเล สาร HCA จากส้มแขก เพื่อสกัดกั้นไขมัน และสารสกัดจากถั่วขาว เพื่อสกัดกั้นแป้งจากอาหาร ทำให้คุณได้รับพลังงาน ส่วนกินจากอาหารลดลง หรือสารสกัดชาเขียวก็ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันสะสมให้เป็นพลังงาน โดยควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบว่าได้ผลและปลอดภัยจริง ใส่ใจอ่านฉลากผลิตภัณฑ์อีกนิดให้แน่ใจว่ามีตรา อย.รับรอง และไม่ควรมีส่วนผสมของครีมเทียมหรือน้ำตาล

นอนเร็ว ก็ผอมเร็ว

อีกเคล็ดลับคือ นอนเร็วแต่หัวค่ำ ไม่เกินสี่ทุ่มนอนหลับให้ได้ไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยเผาผลาญพลังงาน แต่ถ้าคุณนอนดึก แม้จะนอนยาวตื่นสายร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้คุณหิวบ่อย กินเยอะ และสะสมไขมันมากขึ้น

แม้จะมีเคล็ดลับและตัวช่วยมากมาย แต่ผลสำเร็จก็ขึ้นกับความตั้งใจ อาจเพิ่มการออกกำลังกายอีกเพียงเล็กน้อย เช่น เดินต่อเนื่อง 30 นาที ก็จะช่วยให้ลดน้ำหนักได้เร็วยิ่งขึ้น ลองทำตามเคล็ดลับเหล่านี้อย่างจริงจัง ติดตามผลคืบหน้าทุก ๆ สัปดาห์ แล้วเตรียมพบกับรูปร่างใหม่ ชีวิตใหม่ ที่ไม่ลงพุงอึดอัดเหมือนเดิม

ลดความอ้วน ขอขอบคุณข้อมูลจาก  Health plus

September 12, 2011

วิธีลดน้ำหนักและลดความอ้วนแบบง่ายๆ

วันนี้ขอเสนอวิธีลดน้ำหนักลองที่สามารถนำมาใช้ ลดความอ้วนแบบโลคาร์บกันได้เลยค่ะ

ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีลดความอ้วนที่เน้นตรงที่เราจะทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตต่ำและดีกับร่างกายเช่น ผัก ผลไม้ ข้าวกล้อง โฮลวีต ธัญพืช และพืชตระกูลถั่ว เป็นต้น โดยจะแบ่งเป็น 3 ช่วง และเหมาะกับคนที่ชอบทานอาหารหลากหลาย โดยมีเคล็ดลับคือ ดื่มแอ๊บเปิ้ลไซเดอร์วีนีการ์ เจือจางทุกเช้า เพื่อช่วยย่อยและขับของเสียออกจากร่างกายค่ะ ถ้าหาไม่ได้ใช้มะนาว 1 ลูกบีบใส่น้ำอุ่น ดื่ม 1 แก้วทุกเช้าแทนได้ค่ะ

ช่วงที่ 1เน้นการรับประทานแต่กับข้าว และผักปรุงด้วยน้ำมันมะกอก (ถ้าสามารถหาได้) กับข้าวควรปรุงด้วยเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน ไก่ไม่ติดหนัง ไข่ ปลา อาหารทะเล นม ไขมันต่ำ ผลิตภัณฑ์จากนม ถั่ว และน้ำมันมะกอก ทานได้มากเท่าที่ต้องการ คุณสามารถทานยำ ส้มตำ เกาเหลา สเต๊ก ราดหน้าหรือพาสต้าเกาเหลาได้ค่ะ จะเน้นว่าไม่ใส่เส้น หรือแม้แต่วุ้นเส้นก็ไม่ใส่นะคะ ช่วงนี้ใช้เวลา 2 สัปดาห์ค่ะ

ช่วงที่ 2 หลังจากผ่าน 2 สัปดาห์แรกในช่วงที่ 1 มาแล้ว เราสามารถเพิ่มคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายต้องการได้ค่ะ แต่ต้องเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ได้จากผลไม้ โฮลเกรนต่างๆ ได้แก่ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ แป้งหรือขนมปังที่ไม่ขัดสี พืชตระกูลถั่ว และซีเรียลต่างๆ เพิ่มได้เพียง 1 อย่างต่อวันค่ะ ค่อยๆ เพิ่มปริมาณคาร์โบไฮเดรตนะคะ อย่ามากเกินไป ลองจดบันทึกว่า แต่ละวัน เรากินอะไรไปบ้าง ให้ผลอย่างไรบ้างนะคะ จะทำให้เรารู้ว่า เราทานคาร์โบไฮเดรตชนิดไหน ทำให้เราลดน้ำหนักได้ดีกว่า ให้อยู่ในช่วงนี้จนกว่า จะลดน้ำหนักจะลงมา จนคุณพอใจค่ะ ส่วนใหญ่จะลดได้ 0.5-1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ค่ะ

ช่วงที่ 3 เป็นช่วงที่ทุกคนชอบมาก เพราะสามารถทานอะไรก็ได้ เพราะได้เรียนรู้ในช่วงที่ 2 แล้วว่าอะไรที่เป็นประโยน์ ทานแล้วได้ผลดีกับเรา เราก็ทานสิ่งนั้นค่ะ หากว่าน้ำหนักขึ้น ก็สามารถย้อนกลับไปแก้ไข ตามแบบช่วงที่ 1 ใหม่ได้ค่ะ เพียง 1-2 สัปดาห์ ก็จะกลับมาสวยเหมือนเดิมค่ะ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ คุณจะต้องทำไปตลอดจนเป็นนิสัยค่ะ แล้วคุณจะควบคุมน้ำหนักได้ระยะยาวเลยทีเดียวค่ะ

ข้อมูลจาก THAIMAN
September 12, 2011

เคล็ดลับๆ เพื่อการลดน้ำหนักอย่างได้ผล

การลดน้ำหนักเป็นเรื่องท้าทายและยากมากหากมิได้มี พฤติกรรมสุขภาพและแผนการในการลดน้ำหนักที่ดีเพียงพอ แต่ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปเพราะ The American Heart Association ได้มอบคำแนะนำในการลดน้ำหนักไว้ ดังต่อไปนี้

  • ต้องเข้าใจว่าสิ่งใดคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตนเอง เช่น รางวัลที่สามารถกระตุ้นให้คุณมีความพยายามในการลดน้ำหนัก ,สิ่งใดคือสิ่งยั่วยวนใจให้คุณมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น และสิ่งใดที่ช่วยให้คุณสามารถต้านทานสิ่งยั่วยวนใจเหล่านั้นได้
  • ประเมินจำนวนน้ำหนักที่คาดว่าจะสามารถลดได้ตามความเป็นจริง
  • ดำรงไว้ซึ่งความสมดุลระหว่างการบริโภคแคลอรีและการเผาผลาญแคลอรี
  • ออกกำลังกายอย่างเพียงพอ เช่น การเดินเร็วทุกวันสามารถช่วยขจัดน้ำหนักส่วนเกินได้
  • จดบันทึกปริมาณการรับประทานอาหารและการทำกิจกรรมประจำวัน
  • วางแผนการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อก่อนไปเลือกซื้ออาหารเพื่อสุขภาพที่ร้านค้า
  • ไม่ควรชั่งน้ำหนักตัวเองมากกว่าสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง
  • วางแผนล่วงหน้าสำหรับวันหยุด, โอกาสพิเศษ และช่วงเวลาอื่น ๆ ที่อาจจะทำให้คุณต้องเสียค่าใช้จ่ายและบริโภคแคลอรีเพิ่มมากขึ้น

ข่าวจาก: Drugs.com

เขียนโดย อัญชลี เขียนเมื่อ 04 ก.พ. 2554 ตีพิมพ์เมื่อ 13 ก.พ. 2554
ที่มา  http://healthy.in.th/categories/healthful/news/5810
September 12, 2011

ลดความอ้วน 42 วัน รับประกันเห็นผล

หากสาว ๆ คนไหน กำลังเสียจริตเหมือนอย่างข้างต้นนี้ อย่าเพิ่งวิตกกังวลไปค่ะ เพราะ WP มีวิธีกำจัดไขมันส่วนเกิน มาฝากกัน

Trick 1 : 7 วัน (แห่งการต่อสู้)

สัปดาห์แรกถือว่าเป็นสัปดาห์ที่หินมาก ๆ สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นลดน้ำหนัก เพราะคุณจะรู้สึกหิวอยู่ตลอดเวลา เห็นอะไรก็เผลอที่จะหยิบใส่ปากไม่ได้

WP Guide :  วิธีที่ดีที่สุดในการ หยุดพฤติกรรมอันน่าเสี่ยงนี้ก็คือ ให้มุ่งความสนใจไปที่มื้อเช้า โดยพยายามกินมื้อเช้าให้เยอะเข้าไว้ เพราะนอกจากจะทำให้ท้องอิ่มได้นานแล้ว ยังช่วยให้แคลอรี่กับร่างกายไปใช้อีกตั้ง 350 แคลอรี่เชียวแน่ะ

Trick 2 : 14 วัน (แห่งการหงุดหงิด)

ระยะนี้คุณจะรู้สึกหงุดหงิดเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะขยับตัวไปทำอะไร ก็พานจะอารมณ์บ่จอยไปซะหมด ทั้งนี้เนื่องมาจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารของคุณ จากที่เคยกินอย่างพระราชา กลับกลายเป็นว่า ไอ้นั่นก็แตะไม่ได้ ไอ้นี่ก็แคลอรี่เยอะ จึงทำให้เกิดความเครียดและความกดดันตามมา จนคุณอาจรู้สึกหมดกำลังใจ ถึงขั้นหันหลังให้กับการไดเอ็ทไปตลอดชีวิตก็เป็นได้

WP Guide :  วิธีที่จะรับมือกับ พายุอารมณ์ในช่วงนี้ก็คือ ให้เบี่ยงเบนความสนใจด้วยการหันหน้าเข้าหาเพื่อน ๆ พูดคุยปรึกษากันซะหน่อย ไม่แน่นะ คุณอาจจะปิ๊งไอเดียเจ๋ง ๆ ที่จะนำมาใช้ในการลดน้ำหนักต่อไปก็ได้

Trick 3 : 21 วัน (แห่งความอยาก)

ช่วงนี้คุณจะรู้สึกอยากกินอาหารมากขึ้น เพราะอยู่ในช่วงที่มีประจำเดือนพอดี เห็นอะไรก็อยากไปซะหมด

WP Guide :  วิธีแก้ก็คือ ลองเปลี่ยนจากกินอาหารวันละ 3 มื้อ (เช้า กลางวัน เย็น) ไปเป็นแบ่งกินเป็นมื้อย่อย ๆ ประมาณ 4-6 มื้อดูสิคะ วิธีนี้จะช่วยให้ระดับน้ำตาลคงที่ สามารถขจัดความเหนื่อยล้า และช่วยทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นด้วยค่ะ

Trick 4 : ครบ 42 วัน น้ำหนักยังไม่ลด

หลังจาก 6 สัปดาห์ผ่านไป คุณจะรู้สึกว่าร่างกายเฟิร์มมากขึ้น มีกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น แต่ทำไม๊ ทำไม น้ำหนักยังไม่ลดลงซักที

WP Guide :  WP ขอบอกว่าที่เป็นอย่างนี้ ก็เพราะปกติกล้ามเนื้อจะมีน้ำหนักมากกว่าไขมันอยู่แล้ว เพราะ 70% ของกล้ามเนื้อเป็นน้ำ ในขณะที่ไขมันมีน้ำแค่ 20% เท่านั้นเอง ฉะนั้น อย่าเพิ่งด่วนถอดใจไปซะก่อนค่ะ ให้คอนตินิวลดน้ำหนักอย่าง นี้ต่อไปแหล่ะ และท่องเอาไว้ว่า ยิ่งมีกล้ามเนื้อมาก ก็ยิ่งเผาผลาญแคลอรี่ได้มาก แต่ถ้าคุณเกิดหมดแรงฮึดขึ้นมาจริง ๆ ให้นำยีนส์ตัวเก่งที่เคยใส่ไม่ได้แล้วมาลองสวมดูสิคะ หรืออาจจะส่องกระจกสำรวจดูตัวเองว่าไขมันตรงไหนลดไปบ้าง อาจจะช่วยเรียกกำลังใจกลับคืนมาได้นะ

เอ้า…ได้เคล็ดลับดี ๆ ไปแล้ว ก็อย่าลืมนำไปใช้กันนะคะ จะได้อวดหุ่นสวยให้ใคร ๆ ได้เห็นเร็ว ๆ ไงล่ะ

Diet Tips

สำหรับสาว ๆ ที่ตอนนี้กำลังหิวจนตาลายและเริ่มที่จะคว้าเค้กก้อนโตมากิน หยุดก่อนค่ะ คุณลองหันมากินผลไม้ข้างล่างนี้แก้หิวกันดูมั้ยคะ รับรองว่าเวิร์กกว่าเป็นไหน ๆ

แอปเปิ้ล

มีเพคตินช่วยลดความอยากอาหาร ลดน้ำหนัก และลดคอเลสเตอรอล ทานแอปเปิ้ล 1 ลูก จะช่วยลดความหิวได้ ถ้าทาน 2-3 ผลต่อวัน จะช่วยลดปริมาณโคเลสเตอรอลในกระแสเลือดได้

ถั่ว

ไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ที่พบมากในถั่ว จะช่วยเคลือบผิวกระเพาะ ทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว และอิ่มนานลดความอยากอาหารได้ดีเลยล่ะ

มะนาว

น้ำมะนาวคั้นสด ๆ 1 แก้ว ให้พลังงานเพียง 9 กิโลแคลอรี แถมยังมีวิตามินซีสูงมาก ช่วยป้องกันการเป็นหวัด ขับเสมหะ และแก้ไอได้ดีอีกด้วย

ส้ม

ควรรับประทานส้มโดยไม่คายกาก จะช่วยคุมน้ำหนักได้อีกวิธีหนึ่ง เพราะจะทำให้รู้สึกอิ่มท้องเร็ว

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.